เจริญธรรมสำนึกดีค่ะ กิจกรรมของแพทย์วิถีธรรมสัญจรในครั้งนี้
จะแตกต่างจากค่ายสุขภาพที่เราพาท่านผู้ชมไปสัมผัสนะคะ วันนี้เราจะพาท่านไปเข้าค่ายพระไตรปิฏกกับเรา
ตามไปดูกันค่ะว่ากิจกรรมของเขามีอะไรกันบ้าง
การสืบสานพลังพุทธธรรม เป็นกิจกรรมสำคัญ ของค่ายพระไตรปิฏก
ที่จัดขึ้นครั้งที่ ๑๓ เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เป็นค่ายที่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมและศิษย์เก่าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม รวมประมาณ ๒๐๐ คน มาร่วมฝึกฝนการเพิ่มอธิศีล อธิจิต
อธิปัญญา
เพื่อก้าวย่างสู่การพ้นทุกข์ตามลำดับๆ
ด้วยการ “ฝึกตื่นแต่เช้า
กินข้าววันละมื้อ” ณ
พุทธสถานศาลีอโศก อำเภอไพศาลี
จังหวัดนครสวรรค์ค่ะ
โดยแต่ละวัน จะมีการฟังธรรมเพื่อเพิ่มสัมมาทิฐฐิ
และลงฐานงานบำเพ็ญคุณสถานที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ส่วนในช่วงเย็นนั้น จะมีการแลกเปลี่ยนสภาวะธรรมของแต่ละท่าน
ฝึกฝนการอ่านผัสสะที่เข้ามากระทบสัมผัส เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้ละเอียดขึ้น
การได้มาเปิดเผยกิเลสของตนเองให้หมู่มิตรดีสหายดีทราบ นอกจากเป็นการใช้วิบากของตนแล้ว
ยังเป็นการฝึกตนให้เป็นคนมีสัญชาติญาณของคนตรง และหากเรื่องใดที่เราไม่สามารถคลายสภาวะกับเรื่องราวที่มากระทบ
หมู่มิตรสหายดีของเรารวมทั้งอาจารย์หมอเขียวก็จะช่วยกันสังเคราะห์
ให้เกิดความถูกต้องถูกตรงของการปฏิบัติธรรมต่อไปค่ะ
ค่ายนี้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระศาสดา
ในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ไดมีการเดินร่วมเดินจารึกของชาวค่ายไปกลับจำนวน ๒๐
กิโล ตั้งแต่เวลา ๐๔.๓๕ นาที จากพุทธสถานไพศาลี ถึง เมืองเก่าเวสาลี เป็นการฝึกฝนความเพียร ขันติ และความสามัคคี การเดินจาริกในครั้งนี้ได้รับความเมตตาอย่างสูงจากท่านสมณะลือคม
ธัมมกิตติโก และสมณะมือมั่น ปูรณกโร ที่มาร่วมเดินจารึกกับชาวค่ายของเรา
อากาศช่วงเช้านี้ เย็นสบาย ไม่ร้อนเกินไปนัก
แต่ละท่านสามารถใช้สมรรถนะของตนเองอย่างเต็มที่ในการบำเพ็ญกุศล ฝึกอดทนต่อการเดินทางไกล บางท่านฝึกไม่ใส่รองเท้าตลอดระยะทางที่เดิน ๒๐
กิโลเมตร บางท่านก็ใส่รองเท้าสลับกับการถอดรองเท้า แล้วแต่อินทรีย์พละของแต่ละท่าน หากไม่ไหว เราก็จะมีรถคอยรับระหว่างทาง
อ.หมอเขียวเคยกล่าวไว้ว่า การเดินจาริกด้วยการถอดรองเท้านั้นมีผลกับคน
เป็นการแสดงพลังที่อยู่ในตนเอง แสดงความตั้งใจ ความทุ่มเท กล้าหาญ ความไม่เอาอะไรของคน เป็นคนแกร่งที่ไม่โกรธ
ศัตรูจะหวาดหวั่น ด้วยลักษณะที่มุ่งมั่น
สงบ ไม่มีอะไร มีแต่กล้า การถอดรองเท้าเป็นพลังมหาศาลที่เราไม่ต้องลงทุนซื้อรองเท้า
ถ้าเกินแรง ก็พยายามใส่รองเท้าสลับกัน การถอดรองเท้าเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรซ่อนแฝง
ถ้าใส่รองเท้าคนจะระแวงว่ามีอะไรซ่อนแฝงอยู่ "
จากการสอบถามในหลาย
ๆ ท่าน เป็นพี่น้องที่มาจากหลายจังหวัด
บางท่านเห็นความแตกต่างของการเดินจารึกของตนเองในแต่ละครั้ง
ในระหว่างการเดินก็ได้สัมผัสกระทบผัสสะ และอ่านจิต อ่านใจ พิจารณาธรรมในตนเอง
การได้มาร่วมทำความดีในหมู่มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีนั้น ทำให้เกิดพลัง ๔
อย่างคือ พลังกาย พลังใจ พลังสติปัญญา จนทำให้เกิดพลังหล่อหลอมบุญบารมีร่วมกัน จะทำให้มีพลังกุศลที่มีศักยภาพสูงสุดในการฆ่าและทำลายกิเลสได้ง่ายขึ้นค่ะ